วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สงครามห้ามโชว์บุหรี่เรื่องใหญ่ต้องใช้ใจ สู้ !

ใช้กฎหมายที่เข้มขึ้น ให้แพ้-ชนะกันไปข้างนึง
"ห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย ในร้านที่ปฏิบัติตามก็ยังพบว่ามีรูปแบบการปฏิบัติที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่เข้าลักษณะปากกับใจไม่ตรงกัน หรือ paradox อยู่จำนวนไม่น้อย เช่น ติดข้อความ "ที่นี่จำหน่ายบุหรี่" ขนาดใหญ่ และบางร้านยังทำข้อความนี้ไปติดหลายๆ ป้ายในร้านเดียว ซึ่งน่าติดตามต่อไปว่าจะก่อผลในเชิงกระตุ้นให้บริโภคหรือไม่ อีกรูปแบบหนึ่งคือการเปิดให้เห็นสินค้าแบบวับๆ แวมๆ เช่น เผยม่านที่บังชั้นบุหรี่ด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน หรือปิดไว้ด้วยกระดาษที่เก่าจนขาดยุ่ย หรือปิดแบบแง้มๆ ให้เห็นสินค้า ซึ่งสำรวจพบที่ร้านในเครือร้านสะดวกซื้อดังๆ

นอกจากนี้ยังพบการหลีกเลี่ยงกฎหมายในลักษณะการวางตู้แบบหันหลังหรือหันข้างๆ ไว้ที่หน้าร้านหลังแคชเชียร์หรือที่เห็นได้ง่าย แต่ยังเห็นสินค้าชัดเจนเพราะเป็นตู้โปร่งใส รวมทั้งการวางบุหรี่แฝงปนกับของอื่นๆ การวางชื่อและราคา" ดร.กิตติ กันภัย จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ พูดถึงผลการศึกษาหลังกระทรวงสาธารณสุขออกมาตรการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขายครบ 1 ปีเต็ม

สรุปก็คือว่าหลังจากที่คนไทยส่วนใหญ่ที่ตระหนักถึงภัยร้ายที่เกิดจากบุหรี่ ทั้งคนที่สูบโดยตรงและคนที่ไม่สูบโดยตรงภัยคือเสียทั้งเงินทองในการซื้อหาเป็นการใช้เงินในครอบครัวอย่างผิดประเภทเสียทั้งสุขภาพนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงที่ทำให้เสียเงินเสียทองในการบำบัดรักษามหาศาล เป็นต้นว่าโรคถุงลมโป่งพองเสียทั้งเงินในครอบครัว เสียทั้งงบประมาณของรัฐ ไปจนกระทั่งสูญเสียเวลาในการประกอบอาชีพการงานจนทำให้ต้องเสียรายได้ไปอย่างไม่ควรจะเป็น

อยากให้ลองหลับตานึกถึงภาพคนที่กำลังรักษาตัวด้วยโรคถุงลมโป่งพองเพราะการสูบบุหรี่ดูว่าจะแย่ ทรมานและเป็นปัญหาแก่ครอบครัวและสังคมแค่ไหน

คนขายบุหรี่อย่างพวกร้านสะดวกซื้อดังๆ และคนผลิตบุหรี่มักไม่คำนึงถึงเรื่องความเสียหายเหล่านี้ ความเดือดร้อนเหล่านี้หวังแต่เพียงว่าขอให้ได้ประโยชน์เข้าพกเข้าห่อเท่านั้นเป็นพอ ที่พูดอย่างนี้ก็ยืนยันจากผลการสำรวจพฤติกรรมที่ ดร.กิตติ เปิดเผยไว้ข้างต้น

ไม่มีหัวจิตหัวใจจะสำนึกถึงความห่วงใยคนไทยด้วยกัน ลูกหลานไทย และความสุขสงบร่มเย็นของสังคมไทยคนไทยที่ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ดังคำที่ว่าความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ อย่าว่าแต่จะสำนึกด้วยหัวใจเลย ขนาดว่ามีการออกกฎหมายมาบังคับจึงยอมปฏิบัติตามเพราะกลัวกฎหมาย แต่ด้วยเพราะหมกมุ่นอยู่กับความโลภยังทำทุกวิถีทางที่จะดึงให้คนหันมาเสพบุหรี่กันมากและมากขึ้น

นับตั้งแต่มีการรณรงค์อย่างจริงจังจนถึงการออกกฎหมายห้ามโฆษณา ห้ามโชว์ ณ จุดขาย ห้ามสูบ ณ จุดต่างๆ เช่นป้ายรถเมล์เป็นต้น กำลังจะห้ามสูบในคาเฟ่ในผับ คาราโอเกะ ทั้งนี้เพราะเกิดจากความห่วงใยของคนทุกคนในครอบครัว ในสังคมไทย (ยกเว้นเจ้าของร้านขายคนขายและผู้ผลิต) คนส่วนใหญ่มองคนสูบบุหรี่เป็นตัวประหลาดไปแล้วหรือก็คือเป็นคนที่สังคมไม่รับ เป็นคนที่สังคมขยะแขยงเหมือนตัวเชื้อโรคร้ายที่จะนำภัยพิบัติมาถึง

เอาเถอะ...ถึงใครที่สูบบุหรี่เพราะอ้างว่าไม่สูบแล้วจะลงแดงหรืออาจจะคิดว่าหน้าด้านพอที่จะเชิดหน้าในสังคมได้ ก็อยากให้สำนึกว่าลงแดงพักเดียวก็หาย ไม่เดือดร้อนใครมากแต่ถ้าเป็นถุงลมโป่งพอง นั่นเดือดร้อนกันทั้งบ้านทั้งเมือง เพราะเสียทั้งเงินทั้งเวลา แล้วก็อยากให้สำนึกว่ามีคนเคารพนับหน้าถือตา ดีกว่าถูกรังเกียจเดียดฉันท์ หรือโดยเฉพาะรังเกียจว่าเป็นตัวประหลาดตัวเชื้อโรค

จะไม่ขอให้ร้ายขายเทหัวใจมาเห็นดีเห็นงามกับการรณรงค์ให้คนไม่สูบบุหรี่ แต่วันหนึ่งถ้าเจอเข้ากับตัวเองหรือครอบครัวด้วยโรคถุงลมโป่งพอง อาจจะสำนึกได้กระมัง ด้วยมุ่งประโยชน์เข้าตนฝ่ายเดียวกฎหมายที่ออกมารณรงค์ก็จะต้องเข้มขึ้น ไม่ห้ามขายอยู่แล้ว แต่ห้ามแพลมให้เห็นตัวสินค้า

เมื่อคิดทำสงครามกันแล้วก็ต้องสู้กันให้จริงจังให้แพ้ชนะกันจริงๆอย่าลูบหน้าปะจมูก กฎหมายสู้ทุนไม่ได้ก็ยอมแพ้นายทุนเขาไป จะได้รู้ว่ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก สสส.

สิว...ไม่ใช่แค่เรื่องผิวๆ

ใครจะคิดว่าปัญหาเล็กๆ แค่เรื่องสิวๆ ธรรมดาๆ จะทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้ถ้ามีการรักษาไม่ตรงจุด เพราะอย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า การเกิดสิว มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนในร่างกาย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เจ้าฮอร์โมนในร่างกายที่ว่านี้แปรปรวน ตับและไตเริ่มเสียสมดุล อาจเป็นเหตุก่อให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ขึ้นมาได้ โดยเฉพาะในคนที่ใช้ยารักษาสิวซึ่งมีส่วนผสมของโรแอคคิวเท็นต่อเนื่องนานนับปีจนร่างกายเริ่มรวน อาจมีอาการแพ้ยาจนในที่สุดจะมีผื่นแดงทั่วร่างกาย นั่นคือสัญญาณอันตรายของหน้าพังแล้ว

แต่เมื่อปัญหาเกิดแล้วใช่ว่าจะไม่มีทางแก้เกี่ยวกับเรื่องนี้พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี ได้ออกมาบอกว่า โรแอคคิวเท็นเป็นกรดวิตามินเอยอดฮิตในการรักษาสิว ที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันและต้านการอักเสบ ส่วนใหญ่แพทย์จะให้ใช้ติดต่อกันราว 3-4 สัปดาห์เท่านั้น แล้วจะค่อยๆ ให้ลดตัวยาลง ซึ่งหลายคนที่รักษาสิวด้วยยาตัวนี้มักพอใจในผลที่ได้รับ เพราะทำให้ผิวพรรณผ่องใส ไม่มัน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีผลข้างเคียง โดยเฉพาะอาการปากแห้ง ผิวแห้ง ตาแห้ง จนใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้ ผิวหน้าร้อนแดง อักเสบ คล้ำขึ้น และไวต่อแสง หรือเครียดง่ายจนมีอาการทางจิต

บางรายเป็นหนักถึงมีอาการจมูกแห้งจนเลือดกำเดาออก คอแห้ง ปากแห้ง เสียงแหบแห้งและคัน ผมร่วง ขนดก เล็บผิดรูปร่าง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ แคลเซียมจับกระดูกและเส้นเอ็น กระจกตาอักเสบ เม็ดเลือดแดงและขาวลด หากใช้นานเกิน 1 ปีอาจมีการสะสมก่อให้เป็นมะเร็งตับได้ หากใช้ขณะตั้งครรภ์ทำให้ทารกพิการได้ถึง 30% รวมทั้งห้ามใช้เด็ดขาดในผู้ป่วยโรคตับ ไต ผู้มีภาวะวิตามินเอสูงเกิน ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง

ควรใจเย็นกับการรักษาอาการสิวจากการใช้อาหารธรรมชาติบำบัด เช่น กินข้าวกล้อง ผักผลไม้สด ให้มากเพราะมีวิตามินซี ช่วยสร้างคอลลาเจน มีเบต้าแคโรทีนสูง จะช่วยลดอาการอักเสบ ทำให้จุดด่างดำจางลง เมล็ดฟักทองช่วยเรื่องการอักเสบ ถึงจะหายช้าแต่ก็มั่นใจว่าไม่อันตรายและยังราคาถูกอีกด้วย

ที่สำคัญเพื่อป้องกันเจ้าสิววายร้ายตัวฉกาจของใบหน้า เราต้องดูแลรักษาทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ เช้า-เย็น ด้วยสบู่อ่อนๆ แต่ไม่ใช่ว่าจะล้างกันบ่อยๆ นะค่ะ เพราะอาจจะทำให้หน้าแห้งได้ และอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดนะค่ะ เพราะอาการเหล่านี้อาจจะนำมาซึ่งสิวได้ เพียงแค่นี้เจ้าสิว ก็จะเป็นเพียงแค่เรื่องสิวๆ ได้แล้วละค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยโพสต์

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นมสร้างโลก

น้ำนมสร้างโลก จะนมคนนมควาย ล้วนเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตแรกเกิดที่ต้องการน้ำนม ดื่มไปเรื่อยๆ จนสามารถกินอาหารอย่างอื่นทดแทน

1 มิถุนายน วันดื่มนมโลก มีการรณรงค์ให้ดื่มนมกันเยอะๆ นมดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นอาหารแรกเกิดของมนุษย์และของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม...

มนุษย์อาจสังเกตวิถีดื่มนมจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตั้งแต่วัว ควาย แกะ แพะ จามรี ม้า กวาง อูฐ ม้าลาย กระทั่งปลาวาฬ ...แล้วเมื่อให้กำเนิดทารกก็ให้เด็กนั้นดื่มนมแม่ คงไปแอบดูช้างม้าวัวควายออกลูกแล้วมันดื่มนมจากอกแม่ ทำให้มนุษย์สืบสายดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้จนทุกวันนี้

น้ำนมสร้างโลก จะนมคนนมควาย ล้วนเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตแรกเกิดที่ต้องการน้ำนมก่อนสามารถกินอาหารอย่างอื่น น้ำนมช่วยในการเจริญเติบโต อุดมด้วยแร่ธาตุอาหาร มีไขมันอิ่มตัว โปรตีน แคลเซี่ยม วิตามินซี กรดไลโนเลอิค คนวัยเจริญเติบโตล้วนต้องการน้ำนม

แม้นมและผลิตผลจากนม เป็นอาหารของชาวตะวันตก วัฒนธรรมดื่มนม เป็นวัฒนธรรมอาหารของคนซีกโลกตะวันตก คนในเขตหนาวและอบอุ่น แต่เด็กแรกเกิดเมืองร้อน ประเทศที่คนไม่ค่อยดื่มนม ไม่ได้เลี้ยงวัวควายไว้รีดนมอย่างบ้านเรา ก็ต้องการนมจากอกแม่ นมจากเต้าแม่วัว หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ช่วยให้ทารกน้อยอยู่รอดและเติบโตต่อไป

เด็กบางคนแพ้แลคโตสในน้ำนมแม่ก็ไปกินนมวัว คนแพ้นมวัวก็ทางเลือกผลิตภัณฑ์นมสำหรับทารกขี้แพ้ ก็เกิดมาแล้วต้องดื่มนม ดื่มไปเรื่อยๆ จนสามารถกินอาหารอย่างอื่นทดแทนได้ นมอาจจะหมดความสำคัญลงไปโดยเฉพาะสำหรับคนเอเซีย ที่ไม่ได้มีวัฒนธรรมดื่มนมแข็งแรงเหมือนชาวตะวันตก กระนั้นก็ดี ตอนนี้เรากลายเป็นชาติดื่มนมไปแล้ว เมื่ออุตสาหกรรมนมทวีการเติบโตมาถึงแถบเอเซีย คนเอเชียที่อาจเคยเลี้ยงลูกด้วยน้ำข้าว ตอนนี้ไม่มีน้ำข้าวให้กินอีกแล้ว...

กลุ่มผู้ศึกษาแนวทางธรรมชาติบำบัด มักออกมาโต้ว่า น้ำนมมีไขมันตัวการทำให้เกิดโรคร้ายในภายหลัง ดูตัวอย่างชาวตะวันตกที่ดื่มนมตั้งแต่เด็ก อัตราการเกิดโรคมะเร็ง หัวใจและหลอดเลือด ก็เพิ่มมากขึ้น ในชาติที่ไม่ได้ดื่มนมแต่ตัวใหญ่แข็งแรงก็มีคนเชื้อชาติไทยรวมอยู่ด้วย เล่ากันว่าคนไทยโบราณตัวใหญ่แข็งแรง ไปดูเครื่องใช้ไม้สอยของคนแต่ก่อนจะมองเห็นความใหญ่โต

นั่นเพราะแต่ก่อนเราตัวโต แต่เราไม่ได้กินนม เราเลี้ยงวัวควายไว้ไถนา แล้วก็กินผักหญ้าแถวนั้น กินข้าวกล้อง ถั่ว งา กินปลาเล็กปลาน้อย หอยกุ้งปูปลาที่ตัวเล็กๆ นั่นแหละ กินน้ำพริกผักสด กินกะปิ ปลาร้า ในอาหารเหล่านี้แคลเซียมสูง ซึ่งทำให้เราเจริญเติบโต ร่างกายสูงใหญ่ไม่ได้แพ้ฝรั่งเลย

เวลาผ่านไปเราตัวเล็กลงได้ยังไง... ก็เล่ากันอีกว่าเพราะเราเลิกกินอาหารธรรมชาติเหล่านี้ เราก็ไม่แข็งแรง หันไปดื่มนมหวังเพิ่มแคลเซียม ผลที่ได้ก็เหมือนชาวตะวันตก แต่อย่างไรก็ดี นมก็ยังเป็นอาหารของทารก เกิดมาเกินวัยเตาะแตะแล้วก็ยังถูกพ่อแม่บังคับให้ดื่มนม ดูเหมือนเป็นทางเลือกเดียวให้เราได้แคลเซียม เพราะไปหาแคลเซียมจากผักไร่ท้องนา กะปิปลาร้า ไม่ค่อยได้แล้ว....

นมมีธาตุอาหารสำคัญ คนจึงต้องดื่มนม ดื่มกันมาเป็นพันปี ในวัยเด็กนมอุดมแร่ธาตุและไขมันย่อมดื่มได้ แต่ถ้าวัยผู้ใหญ่ตัวโตใหญ่เลิกสูงไปนานแล้ว แนะนำให้ดื่มนมพร่องไขมัน สูตรนี้ดีสำหรับคนขาดแคลเซียม ยังมีอีกสูตรคือดื่มน้ำเต้าหู้ บางคนเรียกเสียโก้ว่า "นมถั่วเหลือง" ฝรั่งบอกจะเรียกนม (Milk) ก็ได้

เพราะผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำใสๆ ขาวๆ ข้นๆ ล้วนใช้คำว่า milk นัยว่าอาจฟังดูดี มองเห็นภาพน้ำนมขาวสะอาด น่ากิน ดูมีสุขภาพ นมเหล่านี้มาจากพืช อยากเรียกอะไรก็ได้เช่น Soy milk, Coconut milk, Almond milk, Rice milk ก็ยังมี คนไทยก็มี "น้ำนมข้าว" จากยอดต้นข้าวอ่อน คั้นสกัดเป็นน้ำนม กินอร่อย บำรุงสุขภาพ

นมมีประโยชน์ต่อสุขภาพใครๆ ก็รู้ คนโบราณก็รู้ พระนางคลีโอพัตราก็รู้ เลยมีตำรับสวยด้วยน้ำนม คลีโอพัตราเกิดเมื่อ 69 ปี ก่อนคริสตกาล เป็นกษัตริย์ปกครองอียิปต์โบราณราชวงศ์ปโตเลมี และเป็นชาวกรีกคนสุดท้าย ดังนั้นพระนางก็ไม่ใช่เชื้อสายอียิปต์โดยตรง

เมื่อพูดถึงอาบน้ำนม หลายคนจะนึกถึงคลีโอพัตรานอนแช่ในอ่างน้ำนม ความจริงก็มีจารึกไว้ว่า พระนางถนอมผิวด้วยการอาบน้ำนมจากนมลา แล้วใช้โยเกิร์ต (จากนมลากระมัง) ทาบำรุงผิว มีสูตรลดริ้วรอยจากขี้ผึ้ง ผสมกำยาน น้ำมันมะรม กับหญ้าไซเพอรัส หมักพอกหน้า คงจะเอาไว้สครับผิวด้วย พระนางจึงขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีอียิปต์ผู้เลอโฉม

นักประวัติศาสตร์บางสำนักบอกว่า คลีโอพัตราเป็นคนผิวสี เพราะสืบเชื้อสายมาจากอัฟริกัน ด้วยเพราะคนอียิปต์เป็นคนผิวดำชาวอัฟริกัน พระนางอาจไม่สวยอย่างในหนัง (ที่แสดงโดย เอลิซาเบ็ธ เทเลอร์) ที่งามหยาดเยิ้มไปทั้งตัว แต่คนรุ่นต่อมาก็เชื่อว่า อาบน้ำนมแล้วผิวสวย สาวๆ ก็เลยชวนกันอาบน้ำแร่แช่น้ำนม พอกผิวด้วยส่วนผสมน้ำนม

กาลเวลาผ่านไปก็กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมนม ตั้งแต่ Milk lotion, Bath milk, Milk scub ขัดผิวผสมส่วนผสมพืชผลไม้ เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ผสมนมที่กินได้ ตั้งแต่ผสมน้ำนมดิบ น้ำนมพาสเจอร์ไรซ์ นมผง หรือกระทั่งกลิ่นของน้ำนม เติมสารที่ทำให้ความข้นหนืดและสีขาวสะอาดน่าใช้ กลายเป็นนมทาผิว หรือโรยผงนมแช่น้ำอุ่นอาบทั้งตัวเหมือนราชินีคลีโอพัตราผู้เลอโฉม

เรื่องของนมสร้างโลก เล่าได้ตลอดเวลา เพราะนมเป็นอาหารของสัตว์และคน ที่สร้างชีวิตให้อยู่ร่วมปฐพีเดียวกัน มาเนิ่นนานหลายศตวรรษ...

ส้ม...แสนรัก

คุณรู้จัก "ส้ม" กันดีแล้วหรือยัง ถ้ายังตามมาเลยค่ะ

พูดถึง "ส้ม" หลายคนบอกว่า...ฉันรู้จักดี เพราะส้มเป็นผลไม้แสนฮิต มีให้เลือกหลายชนิด ที่สำคัญส้มไม่ได้มีเพียงแค่ความอร่อย ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายด้วย

ส้มเป็นผลไม้ตระกูล Citrus ที่ให้ทั้งรสเปรี้ยวและหวาน จึงอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย ที่เด่นที่สุดคือ ให้วิตามินซีสูง นอกจากนี้ ยังมีแคลเซียม วิตามินเอ บี โปแตสเซียม แคลเซียม ใยอาหาร ฟอสฟอรัส เหล็ก ซึ่งส้มแต่ละชนิดจะให้คุณค่าทางสารอาหารไม่ต่างกันมากนัก ส่วนคุณประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น

  • ดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ลดความเครียด ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

  • เลือดออกตามไรฟัน และมีคุณสมบัติช่วยล้างพิษในร่างกาย

  • ในส้มมีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยป้องกันการอักเสบ และเลือดจับตัวเป็นก้อน

  • มีคอลลาเจน ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ให้ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งแตก และยังช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด แผลไฟไหม้ ให้หายเร็วและแผลเรียบเนียนขึ้น

ส้ม...ลักษณะเด่นที่แตกต่าง

ส้มในบ้านเรามีหลายชนิด ทั้งส้มให้ความเปรี้ยวและส้มให้ความหวาน แต่ละชนิดก็มีลักษณะเด่นและการนำไปใช้แตกต่างกันไป อาทิเช่น

ส้มซันคิสต์ มีรสชาติอร่อยเข้มข้น เปลือกมีกลิ่นหอม จึงนิยมนำทั้งน้ำและเปลือกมาทำขนม ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้ เค้ก หรือแยม

ส้มเขียวหวาน มีเนื้อหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับกินสดๆ หรือคั้นดื่ม เพราะเปลือกบางทำให้คั้นได้ง่าย

ส้มจุก มีรสชาติและสีใกล้เคียงกับส้มเช้ง คือ หวานอ่อนๆ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือคนที่ต้องการลดน้ำหนักค่ะ

ส้มโอ เป็นส้มที่สามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งคาว เช่น ยำส้มโอ ใส่ในข้าวยำน้ำบูดู ใส่ในสลัด หรือทำอาหารหวาน เช่น ส้มโอลอยแก้ว ส่วนเปลือกของส้มโอที่มีสีขาวนุ่ม รสชาติขมๆ อยู่ติดกับเปลือก ยังสามารถนำมาเชื่อมได้อีกค่ะ

ส้มจี๊ด คนไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมกินเพราะเปรี้ยวมาก แต่คนจีนนิยมกินโดยเฉพาะนำมาคั้นทำน้ำส้ม หรือนำมาอบแห้งค่ะ

ส้มจีน เป็นส้มที่กินสด หรือนิยมนำมาไหว้เจ้าหรือไหว้บรรพบุรุษ เพราะคำว่าส้มในภาษาจีนจะฟังเหมือนคำว่าทอง และสีก็เหมือนทองด้วย จึงถือเป็นผลไม้มงคลสำหรับชาวจีนค่ะ

เลมอน เป็นส้มที่มีรสชาติคล้ายมะนาว แต่จะมีรสหวานนิดๆ ส่วนใหญ่เป็นส้มที่ชาวต่างชาตินิยมนำมาทำอาหารแทนมะนาว เพราะไม่มีมะนาว หรือนำมาทำเป็นเครื่องดื่มในฤดูร้อน เพราะต่างประเทศไม่มีมะนาวนั่นเองค่ะ

มะนาว เป็นหนึ่งในตระกูลส้มที่ให้ความเปรี้ยวมากที่สุด จึงนำมาปรุงอาหารได้สารพัด เช่น ต้มยำ ยำต่างๆ น้ำพริก รวมทั้งเป็นส่วนผสมในน้ำสลัด ฯลฯ

มะกรูด เป็นหนึ่งในตระกูลส้มชนิดเดียวที่ไม่ได้นำน้ำหรือความเปรี้ยวมาปรุงอาหาร เพราะคนส่วนใหญ่จะนำกลิ่นหอมจากเปลือกมะกรูดมาใช้มากกว่า เช่น ใส่ในแกงมัสมั่น แกงเทโพ หรือทำหน้าหมี่กรอบ ส่วนน้ำมะกรูดนำมาทำเป็นยาสระผมค่ะ

ส้ม...กินอย่างไรให้เหมาะ

ส้มไม่ได้มีประโยชน์สำหรับผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะส้มยังมีประโยชน์กับเจ้าตัวเล็กของคุณอีกด้วย

สำหรับพ่อแม่ที่อยากให้เจ้าตัวเล็กดื่มน้ำส้มคั้น ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าต้องให้หลัง 6 เดือน เพราะเป็นช่วงที่สามารถให้อาหารเสริมกับเจ้าตัวเล็กได้แล้ว ที่สำคัญการให้น้ำส้มกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นวัยใดก็ตามควรผสมน้ำในปริมาณครึ่งต่อครึ่ง เนื่องจากส้มจะมีรสชาติเข้มข้นการให้น้ำส้มลูกโดยไม่ผสมอะไรเลย อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบดูดซึมของลูกได้ค่ะ

พอลูกโตขึ้นจึงค่อยๆ ลดปริมาณน้ำลง จนถึงอายุ 5 ขวบ แล้วค่อยให้น้ำส้มอย่างเดียว เนื่องจากน้ำส้มมีรสหวานมาก การผสมน้ำจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เจ้าตัวเล็กไม่ติดหวานตั้งแต่ตัวน้อยๆ ค่ะ

สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตและเบาหวาน ถ้าคิดจะกินส้ม ขอบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าควรกินด้วยความระมัดระวัง เพราะส้มเป็นผลไม้ที่ให้โปแตสเซียมและน้ำตาลสูง จึงควรกินเป็นผลเพราะจะมีกากใยดีกว่าเป็นน้ำส้มคั้น เพราะน้ำส้มคั้น 1 แก้วต้องใช้ส้มหลายผล

ส้ม...การเลือกซื้อ

การเลือกซื้อส้มที่มีรสหวาน รสชาติอร่อยนั้น ควรเลือกที่มีผิวเรียบเนียน เปลือกบาง เช่นเดียวกับมะนาวที่ผิวเรียบเนียน เปลือกบางก็จะให้น้ำเยอะ ถ้าเป็นส้มเขียวหวานก็จะหวานมาก ยกเว้นมะกรูดค่ะ เพราะธรรมชาติของมะกรูดผิวจะขรุขระไม่เสมอกันอยู่แล้ว

ทราบคุณประโยชน์ที่แตกต่างของส้มแต่ละชนิด รวมทั้งการเลือกซื้อเพื่อให้ได้ส้มที่คุณภาพดีกันแล้ว ผลไม้ตั้งโต๊ะของครอบครัวมื้อต่อไปต้องไม่พลาดส้มแน่นอนใช่มั้ยคะ

เสียวฟัน?

คุณด้วยหรือเปล่าที่เสียวแปล๊บๆ เวลากินอาหารหรือเครื่องดื่ม ถ้าสงสัยมีวิธีทดสอบง่ายๆ ลองใส่น้ำเย็นจัดในน้ำแข็งเต็มแก้ว ค่อยๆ ดื่มน้ำผ่านเข้าไปในช่องปาก ก็ถ้ามีอาการเสียวแปล๊บๆ นั่นละ ใช่เลย! เสียวฟัน?

ปกติฟันจะถูกปกป้องจากเคลือบฟันและเหงือก เมื่อเคลือบฟันสึกหรือหลุดออก หรือเหงือกร่นจากปกติ เนื้อฟันจะถูกเปิดออกให้สัมผัสกับตัวกระตุ้นภายนอก อาทิ ไอศกรีม กาแฟร้อน หรือแม้กระทั่งการแปรงฟันก็สามารถทำให้เกิดการเสียวฟันได้ สาเหตุที่เคลือบฟันสึกถึงชั้นเนื้อฟันมีหลายสาเหตุ เช่น การแปรงฟันแรงเกินไป กินอาหารที่มีความเป็นกรดสูง แปรงฟันทันทีหลังกินอาหารที่มีความเป็นกรด รวมไปถึงการนอนกัดฟัน ส่วนสาเหตุที่ทำให้เหงือกร่นจนเห็นเนื้อรากฟัน เกิดจากโรคปริทันต์หรือโรคเหงือก การใช้แปรงสีฟันที่มีขนแข็งเกินไป การแปรงสีฟันนานเกินไป รวมไปถึงการใช้ไหมขัดฟันผิดวิธี

ใช้ยาสีฟันลดอาการเสียวอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ดี อย่าลืมแก้ที่ต้นเหตุ!

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

มะลิ ไม้ดอกที่ไม่ได้เป็นแค่ไม้ประดับ

มะลิ ไม้ดอกที่ไม่ได้เป็นแค่ไม้ประดับ

พืชพรรณไม้ที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าในทางสมุนไพร ยังมีมากมายหลายชนิดที่มนุษย์เรากำลังศึกษาและวิจัย ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่พืชผักเท่านั้น ยังรวมไปถึงผลไม้ซึ่งบางชนิดให้คุณค่าทางสารอาหารสูงกว่าพืชผักที่เราทานอยู่ทุกวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีไม้ดอกไม้ประดับอีกมากที่แฝงไว้ด้วยคุณประโยชน์ทางยา ในการช่วยบำบัดและรักษาอาการเจ็บป่วยได้อย่างดีเยี่ยมโดยที่เราคาดไม่ถึง

มะลิ ดอกไม้ไทยแท้ เป็นหนึ่งตัวอย่างง่ายๆ ของไม้ดอกไม้ประดับ ที่แทบทุกบ้านต้องปลูกไว้อย่างน้อย 1 ต้น คุณคงนึกไม่ถึงสินะว่า มะลินี้มีอะไรดีๆ มากกว่าที่เห็นๆ กัน อย่างนั้นก็ต้องแนะนำให้รู้จักกันหน่อยแล้ว

มะลิ เป็นไม้ดอก-ไม้ประดับที่มีกลิ่นหอมเย็นใจให้ความรู้สึกสุขสงบ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Jasmine ส่วนชื่อทางภาษานักพฤกษศาสตร์ที่ใช้เรียกขานกัน คือ Jasminum sambac (L.) Ait. เป็นพืชในวงศ์ Oleaceae ส่วนบ้านเราไม่ว่าจะเป็นภาคใด ที่ไหนก็เรียกว่า มะลิ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงไม่มากนัก สูงอย่างเต็มที่ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2 เมตร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอได้รับความนิยมจากคนรักต้นไม้ให้เป็นตัวเลือกแรกที่จะปลูกไว้ในบ้าน มะลิเป็นไม้พุ่มที่แตกแขนงกิ่งก้านสาขาออกมามากมาย กิ่งอ่อนจะมีขนสั้นๆ นุ่มมือ ใบเป็นแบบใบเดี่ยวออกในลักษณะตรงข้ามกัน ใบค่อนข้างกลม ปลายใบมน สีเขียวเข้ม ดอกเป็นแบบดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อก็ได้ โดยแต่ละช่อมี 2-3 ดอกกลีบเลี้ยงเป็นหลอดสีขาว กลีบดอกสีขาวนวลตา กลิ่นหอมอวล ไม่ฉุนจัดจนเกินไป เลี้ยงง่าย เติบโตไว ไม่ต้องการความเอาใจใส่ หรือต้องดูและอะไรเป็นพิเศษ

คุณค่าและคุณประโยชน์

คนสมัยก่อน นอกจากจะนิยมปลูกเอาไว้เป็นไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อชื่นชมกับดอกสีขาวสวยนุ่มนวลชวนมองแล้ว เขายังเก็บดอกตูมมาใส่พานหรือถ้ามีเวลาว่างพอก็จะนำมาร้อยเป็นมาลัยกราบบูชาพระอีกด้วย กลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลอยู่ในห้องพระ ให้ความรู้สึกสงบใจอีกต่างหาก

นอกจากนี้ยังนำดอกมะลิมาลอยในน้ำดื่มเย็นๆ ให้แขกผู้มาเยือนได้ดื่มกันอย่างชื่นอกชื่นใจ หรือจะนำดอกมะลิไปลอยในน้ำเชื่อมกินกับขนมหวานไทย ก็ทำให้มีกลิ่นหอมชวนทาน แต่ทั้งนี้ต้องมั่นใจว่าดอกมะลิที่นำมาใช้ ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลง

ส่วนประโยชน์ทางสมุนไพรของมะลิก็มีแทบทุกส่วนก็ว่าได้ ไล่กันไปตั้งแต่รากเรื่อยไปจนถึงดอกทีเดียว รากของมะลิแก้ได้สารพัดโรค ทั้งปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก เลือดออกตามไรฟัน รวมทั้งช่วยรักษาหลอดลมอักเสบได้ด้วย หากนำรากมาฝนกินกับน้ำ แก้ร้อนในได้ดี คนที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทรวงอก ให้นำรากมาประมาณ 1-1.5 กรัม ต้มน้ำกินก็ช่วยได้

ส่วนใบใช้แก้ไข้ที่เกิดจากอาการเปลี่ยนแปลงได้ดี รวมทั้งรักษาอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย หากนำใบมาตำแล้วละลายกับน้ำปูนใส แต้มแผลฟกช้ำ แผลเรื้อรัง โรคผิวหนังจะหายไวขึ้น ตลอดจนช่วยบำรุงสายตา และขับน้ำนมสตรีที่มีครรภ์ได้ด้วย

สุดท้ายคือส่วนของดอก ซึ่งนอกจากความสวยและความหอมแล้ว ยังแก้โรคบิด อาการปวดท้อง หากตำให้ละเอียดพอกที่ขมับ แก้อาการปวดหัวและปวดหูชั้นกลางได้ แถมยังช่วยรักษาแผลพุพอง แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย รวมทั้งเป็นยาบำรุงหัวใจได้อย่างดีเยี่ยมอีกขนานหนึ่งด้วย

นี่แหละคุณค่าของดอกไม้ไทยที่หาได้ง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว ใกล้ใจ และใกล้มือจริงๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก Lisa

Access your anger รู้ทันความโกรธ

ชีวิตในแต่ละวันทำให้อารมณ์ของคุณขุ่นมัวหรือเปล่า คุณตวาดแว้ดใส่หน้าคนที่คุณรักหรือไม่ คุณใช่ไหมที่ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับเดือดปุดๆ ด้วยความโกรธ ถ้าหากความโกรธคือตัวปัญหา ลองแปลงความโกรธ ให้เป็นพลังในทางบวก ตามแผนปฏิบัติต่อไปนี้

ขบวนรถไฟของคุณดีเลย์… ใครบางคนขับรถปาดหน้าคุณในระยะกระชั้นชิด... เอาอีกแล้ว แฟนคุณไม่ยอมล้างจานที่กองอยู่ในอ่าง เป็นคุณจะทำอย่างไร… คุณมองสิ่งเหล่านี้ อย่างเป็นเหตุเป็นผล หรือเลือดในกายเดือดพล่าน มือกำหมัดแน่น โมโหเพราะรถติด หงุดหงิดเพราะรถไฟใต้ดินแน่นเอี๊ยด ในสังคมปัจจุบัน เรื่องเล็กที่สุด อาจก่อให้เกิดการตอบสนองที่รุนแรงได้ และหากคุณต้องทนเก็บกดอารมณ์พลุ่งพล่านนั้นไว้ ก่อนจะปล่อยโฮเมื่อกลับถึงบ้าน การทำเช่นนี้เท่ากับทำลายสุขภาพ ความโกรธเป็นอารมณ์ธรรมชาติ และการเรียนรู้ในการรับมือกับมันจะช่วยให้จิตใจของคุณเป็นสุข

ความโกรธมีประโยชน์

“ความรู้สึกโกรธเป็นสิ่งดี เพราะความรู้สึกนี้บอกให้เรารู้ว่า มีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้องเกิดขึ้นกับเรา ความโกรธเป็นสัญญาณเตือนที่ควบคุมคุณภาพของตัวเราเอง” อินกริด เจ คอลลินส์ ที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณบำบัดของ Health Plus บอก หากมีใครบางคนปฏิบัติกับเราไม่ดี ความโกรธจะเป็นสิ่งเหมาะสม ถ้าคุณแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ตรงกันข้ามหากคุณกับแฟนเก็บความโกรธเอาไว้ในใจ ไม่แม้แต่ทะเลาะเบาะแว้งกันเวลามีปัญหา การเก็บแต่ความรู้สึกเช่นนี้ รังแต่จะทำลายชีวิตมากกว่าการมีปากเสียง ความโกรธสร้างปัญหาก็ต่อเมื่อคุณเก็บกดมันเอาไว้ หรือหัวเสียด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง แค่ถูกคนเดินชนไหล่ก็โมโห จนบางครั้งถึงขั้นบานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต

อย่าเก็บกด

“หลายคนไม่สามารถระเบิดอารมณ์โกรธหรือแสดงความโกรธในทางที่เป็นประโยชน์” อินกริดกล่าว ขณะที่การเก็บความเกรี้ยวกราด เป็นเรื่องปกติของการจัดการความโกรธ “การทำเช่นนี้ อาจส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ ถ้าเราปฏิเสธอารมณ์ของตนเอง ก็อาจมีผลให้การแสดงออกของอารมณ์ เป็นไปในทางทำลาย”

เดบอราห์ มาร์แชล-วอร์เรน ที่ปรึกษาด้านสะกดจิตบำบัดของ Health Plus กล่าว อาการปวดหลัง อาหารไม่ย่อย หรือความดันโลหิตสูงล้วนเป็นผลมาจากความโกรธที่ถูกอัดแน่นเอาไว้ภายใน

รู้จักความโกรธ

คุณทำอย่างไรเวลาโกรธ เกรี้ยวกราด ร้องไห้ฟูมฟาย หรือนิ่งเงียบ ถ้าอยากทราบคำตอบ ให้เริ่มด้วยการจดบันทึกประจำวัน ทุกครั้งที่คุณโกรธ ไม่ว่าเพราะคุณถูกคนด่าหยาบคาย หรือต้องยืนเข้าคิวนาน เขียนสิ่งที่เกิดขึ้นและวิธีตอบสนองต่อความโกรธ “คนเรารู้จักสร้างชุดการตอบสนองต่อสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ” เดฟ คุก โค้ช ชีวิตกล่าว “หากคุณรู้จักแยกแยะสาเหตุของความโกรธ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นก่อนหน้าความรู้สึกโกรธ ก็จะช่วยให้คุณมีทางเลือกที่หลากหลายในการแสดงออก เวลาที่มีคนทำให้คุณโมโห”

แผนจัดการความโกรธ

คุณรู้จักความโกรธของตนเองมากขึ้นแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณจะปฏิบัติตามเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญของ Health Plus เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต

จัดการความโกรธด้วยการสร้างจินตนาการ

“นึกย้อนกลับไปถึงครั้งสุดท้ายที่คุณโกรธ นึกไปถึงช่วงก่อนที่คุณจะเริ่มรู้สึกโกรธ นึกถึงความคิดของคุณในเวลานั้น คุณรู้สึกอย่างไร และเกิดอะไรขึ้น” ตอนนี้ให้นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง และมุ่งสมาธิไปที่ช่วงเวลานั้น ทันทีที่รู้สึกโกรธ ให้หยุด จากนั้นให้สั่งสมอง หยุดความโกรธ นึกภาพป้ายหยุดตัวโตๆ พร้อมเสียงใครบางคน ตะโกนให้หยุด หรือจะนึกถึงความรู้สึกเวลาที่มีมือมาแตะบ่าบอกให้ใจเย็นๆ อะไรก็ได้ที่ทำให้คลายความโกรธลงได้

นึกภาพเหตุการณ์ในทำนองนี้อีกสัก 2- 3 ครั้ง จนกระทั่งคุณสร้างความเชื่อมโยงที่เข้มแข็ง ระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่คุณจะรู้สึกโกรธและสมองหยุดความโกรธ และครั้งต่อไปหากรู้สึกโกรธ คุณก็จะรู้จักวิธีทำลายและจัดการกับความโกรธนั้น

ละลายความโกรธ

อย่าปล่อยให้ความโกรธสะสมทับทวีคูณ จนทำให้ตัวคุณเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่เดินได้ “การออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยขจัดความโกรธ”

คิก บ็อกซ์ ช่วยปลดปล่อยความเครียดและความโกรธที่สะสมอยู่ภายใน หรือคุณอาจชอบอะไรที่ระงับความฉุนเฉียวได้ เช่น โยคะ หรือไทชิ

เบ็ธ แมคโค ที่ปรึกษาด้านโฮโมอีโอพาธี ของ Health Plus บอกว่า เลือกอะไรก็ได้ที่ส่งผลดีกับคุณมากที่สุด หากอยากระบายความโกรธ ให้เปิดเพลงดังๆ แดนซ์ให้กระจาย แต่ถ้าต้องการควบคุมอารมณ์ตนเอง ทำจิตใจสงบนิ่ง คุณต้องเลือกนั่งสมาธิ

ทำใจให้สุขุมเยือกเย็น

“เวลาโมโห คุณจะลุกขึ้นสู้หรือไม่ก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า เวลาโกรธ สารอะดรีนาลินจะไหลอาบร่างกาย เพื่อเตรียมพร้อมที่จะสู้หรือหนีจากสถานการณ์นั้น การหายใจลึกๆช่วยได้ ” มาริลีน เดโวนิช โค้ชชีวิตและที่ปรึกษาด้าน Neuro Linguistic Programming (NLP) บอก “หายใจเข้าลึกๆ ผ่านจมูก และหายใจออกทางปาก โดยหายใจออกให้ยาวหายใจเข้า 2 เท่า ทำซ้ำ 5 ครั้ง”

เปิดอกพูดคุย

“พูดคุยกับคนที่เป็นกลางและเห็นอกเห็นใจ เช่น เพื่อนผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษา หรือแพทย์” เบธกล่าว “ถ้าคุณโกรธใครสักคน จงบอกเขาให้รู้ตัวด้วยคำพูดประมาณว่า ‘ฉันรู้สึกโกรธที่คุณทำแบบนั้น’ ใช้คำว่า ‘ฉันรู้สึก’ ดีกว่าใช้คำว่า ‘คุณทำให้ฉันรู้สึก’ ซึ่งนั่นจะทำให้ช่องว่างระหว่างคุณสองคน ห่างออกจากกันเรื่อยๆ การเข้าใจต้นตอที่แท้จริงของความโกรธเป็นสิ่งสำคัญ คุณใช่ไหมที่ขึ้นเสียงกับแฟน เพียงเพราะเขาทิ้งผ้าเช็ดตัวเปียกๆ บนพื้น หรือคุณพกความหงุดหงิดจากที่ทำงานมาระบายใส่คนที่บ้าน ลองพูดคุยกับใครสักคน เพื่อจะได้ช่วยกันหาสาเหตุที่แท้จริงของอารมณ์ฉุนเฉียวที่เกิดกับคุณ”

ใช้ความโกรธเปลี่ยนแปลงชีวิต

เปลี่ยนความโกรธของคุณเป็นพลังในทางบวก “อารมณ์ที่รุนแรง ช่วยผลักดันให้คุณก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อจะได้รู้จักตนเอง” อินกริดบอก วาดแผนภูมิวงกลมลงบนกระดาษ พร้อมกับแบ่งวงกลมออกเป็น 7 ส่วน ให้เขียนหัวข้อลงบนแต่ละส่วน ประกอบด้วย สุขภาพ หน้าที่การงาน การเงิน เพื่อนฝูงและครอบครัว ความรัก ความสนุกสนานและนันทนาการ สิ่งแวดล้อม ความก้าวหน้าส่วนตัว

จากนั้นเขียนสิ่งที่คุณสามารถทำได้ เพื่อเพิ่มพูนสิ่งที่คุณเห็นว่ายังขาดอยู่ในแต่ละส่วน ตัวอย่างเช่น ถ้าสัดส่วนความก้าวหน้าส่วนตัวดูน้อยไป ให้ลองไปเข้าชั้นเรียนภาคค่ำ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ใช้ พลังที่ได้จากการเผาผลาญความโกรธ กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเหล่านี้

ขอบคุณข้อมูลจาก Health plus