วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

5 อาหารต้านรอยย่น

แถมช่วยลดเสี่ยงสารพัดโรคด้วย

รอยย่นบนใบหน้าเป็นสัญญาณความร่วงโรย หรือความแก่ชรานั่นเอง มีอาหารหลายชนิดช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของใบหน้าได้ ดังนี้

1.ซาร์ดีน เป็นปลาน้ำเย็นที่เต็มไปด้วยกรดโอเมก้า - 3 โปรตีน และแคลเซียม ซาร์ดีน 3 ออนซ์ให้แคลเซียมเท่ากับนม 1 แก้ว (300 มิลลิกรัม) มีเกร็ดเล่าว่า สมัยศตวรรษที่ 19 พระเจ้านโปเลียนมหาราชรับสั่งให้ถนอมอาหาร จุดกำเนิดของปลาซาร์ดีนในน้ำมันและซอสมะเขือเทศเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคนั้น

2. น้ำมันมะกอก สกัดจากผลไม้ชนิดหนึ่ง มีอัตราไขมันอิ่มตัวต่ำ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายควรเลือกใช้ชนิด Extra Virgin เพราะมีความบริสุทธิ์มากที่สุด และยังมากไปด้วยสารแอนติออกซิแดนต์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

3.แซลมอน มีกรดไขมันโอเมก้า - 3 โปรตีน และวิตามินเอ จำเป็นสำหรับสมองและการทำงานของหัวใจ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเกลือแร่สำคัญอย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ซีลีเนียม และสังกะสี หากกินแซลมอนร่วมกับผลไม้ ผัก ธัญพืช ถั่ว จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง โรคหัวใจ และเบาหวานได้

4.น้ำผึ้ง มีหลายร้อยชนิดในโลกนี้ สีและกลิ่นจะต่างกันตามชนิดของเกสรดอกไม้ นอกจากเปี่ยมด้วยสารอาหารชั้นเลิศ ยังมีสรรพคุณเยียวยาอาการติดเชื้อของแผล รวมทั้งช่วยเก็บความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว

5.โยเกิร์ต เป็นอาหารเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกชนิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 10,000 ปี สันนิษฐานว่าต้นตำรับคือชาวตุรกีหรืออิหร่าน โยเกิร์ตถ้วยแรกเกิดขึ้นอย่างบังเอิญ จากการเก็บนมไว้ในถุงหนังแพะ ต่อมาได้รับการยอมรับว่า ช่วยเยียวยาอาการที่เกิดกับระบบย่อยอาหาร ช่วยล้างพิษ และทำให้อายุยืน


อาหารทั้ง 5 ชนิดต้องมีสักอย่างหรอกน่าที่ถูกปาก

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

ใช้ชีวิตอย่างรู้ค่า แล้วจะพบว่าอายุไม่ใช่อุปสรรค์


เคล็ดลับสุขภาพดี ตามแบบฉบับ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์


คนเราเมื่ออายุมากขึ้น สังขารก็ย่อมอ่อนล้าลงเป็นเรื่องธรรมดา แต่วัฏจักรนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน วันก่อน Ms. Healthy มีโอกาสพูดคุยกับ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ และก็ต้องแปลกใจ เพราะขนาดท่านอายุตั้ง 81 แล้ว แต่ดูยังสุขภาพดีและยังแข็งแรงยิ่งกว่าคนหนุ่มสาวบางคนเสียอีก ถามไถ่เข้าจริงๆ ถึงได้รู้ว่าแท้จริงคุณชายท่านมีเคล็ดลับตรงที่ “รู้จักใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่า”


เรามักพบเห็น ม.ร.ว.ถนัดศรี จากรายการโทรทัศน์ และทุกครั้งก็จะเห็นท่านยิ้มแย้มอย่างมีความสุข คุณชายบอกเคล็ดลับว่า ถ้าเราทำงานที่ชอบก็จะมีความสุข ไม่เครียดและที่สำคัญยังมีแรงบันดาลใจที่จะทำงานนั้นเกินร้อยอีกด้วย


“ทำงานต้องมีเล่น ถ้าไม่เล่นเหมือนเป็นบ้า ถ้าทำงานไม่สนุกเหมือนตุ๊กตา” ใครที่ไม่อยากเครียดจัดจนเป็นบ้า ก็สามารถหยิบยืมเคล็ดลับนี้ไปใช้ได้ เจ้าของเขาไม่หวง!..


จบเรื่องงานมาที่เรื่องอาหารการกินกันบ้าง ใครๆ คงคิดว่าอาหารการกินของ ม.ร.ว.ถนัดศรี ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมานานคงต้องพิถีพิถัน มีระดับตำหรับราชา แต่ว่าผิดคาด เพราะท่านเป็นคนกินง่าย อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นั่นถือเป็นสุดยอดอาหารของคุณชายท่านแล้วค่ะ


“อาหารที่รับประทานไม่จำเป็นต้องราคาแพง ปลาทูทอดวันละตัวก็เพียงพอแล้ว แต่ก็อย่าลืมอาหารจำพวกผัก จะเป็นคะน้าหรือผักบุ้ง ทานให้ได้ทุกวันก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ”


คุณชายย้ำสำหรับผู้สูงอายุด้วยว่า ให้เลี่ยงอาหารพวกเนื้อสัตว์ และที่มีส่วนผสมของกะทิ ให้หันมารับประทานเต้าหู้แทน จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องไขมันสะสม และเนื่องจากในวันที่ 16 ตุลาคม เป็นวันอาหารโลก คุณชายเลยถือโอกาสนี้ชักชวนคนไทยใส่ใจเรื่องอาหารการกิน โดยเน้นรับประทานผักให้มากเป็นพิเศษ จะผักต้มหรือผักสด ลองวางคู่กับไขเจียวเคียงกับน้ำพริก ท่านว่ารสชาติเข้ากันดีเยี่ยมเลยทีเดียว


การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณชายให้ความใส่ใจ ท่านสามารถเดินขึ้นตึก 2 ชั้น โดยไม่ใช้ลิฟต์ ได้อย่างสบาย การทำเช่นนี้เป็นประจำจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ลุยงานได้ชนิดไร้ปัญหา แต่สำหรับผู้สูงอายุก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ จับราวบันไดให้แน่นๆ เพราะอาจพลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ และหากพอมีเวลา ก็ลองบริหารกล้ามเนื้อด้วยการนวดดูบ้าง อย่างการนวดเพื่อสุขภาพฉบับไทยๆ ได้ทั้งการพักผ่อนและผ่อนคลายไปในตัว


รู้เคล็ดลับดีๆ อย่างนี้แล้วอย่ารอช้านะค่ะ รีบถนอมสุขภาพเสียตั้งแต่ตอนนี้ ภายภาคหน้าจะได้ไม่มีปัญหาให้ยุ่งยาก Ms. Healthy คนหนึ่งล่ะค่ะ ที่จะขอเอาเคล็ดลับนี้ไปปฏิบัติต่ออย่างแน่นอน คุณล่ะค่ะ พร้อมที่จะมีสุขภาพดีกันหรือยัง...


ขอขอบคุณข้อมูล/ภาพประกอบจาก : จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

วิธีสังเกตยาเสื่อมคุณภาพ

แนะดูสี-กลิ่น-วันหมดอายุก่อนทาน

ทราบหรือไม่ว่า ยาแต่ละชนิดจะเสื่อมคุณภาพเมื่อไหร่ วันนี้มีวิธีสังเกตมาฝาก...

- ยาเม็ด สังเกตว่าเม็ดยาจะแตกร่วน สีเปลี่ยนไป มีจุดด่าง ขึ้นรา หรือหากเป็นยาเม็ดเคลือบน้ำตาล เม็ดยาอาจเยิ้มเหนียวมีกลิ่นหืนหรือกลิ่นผิดไปจากเดิม

- ยาแคปซูล สังเกตว่าแคปซูลจะบวม พองออก หรือจับกัน ผงยาในแคปซูลเปลี่ยนสี เช่น ยาเตตราซัยคลินที่เสียแล้ว ผงยาจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเป็นอันตรายต่อไตมาก

- ยาน้ำแขวนตะกอน เช่น ยาลดกรด ยาคาลาไมน์ทาแก้คัน หากเสื่อมสภาพตะกอนจะจับกันเป็นก้อน เกาะติดกันแน่น เขย่าแล้วไม่กระจายตัวดังเดิม มีความเข้มข้น กลิ่น สี หรือรสเปลี่ยนไป

- ยาน้ำเชื่อม เช่น ยาแก้ไอ หากหมดอายุ ยาจะมีลักษณะขุ่นมีตะกอน ผงตัวยาละลายไม่หมด สีเปลี่ยน มีกลิ่นบูดเปรี้ยวหรือรสเปรี้ยว

- ยาขี้ผึ้งและครีม ถ้าพบว่าเนื้อยาแข็งหรืออ่อนกว่าเดิม เนื้อไม่เรียบ เนื้อยาแห้งแข็ง หรือสีของยาเปลี่ยนไป

วิธีการดูว่ายาหมดอายุ คือ ดูวันหมดอายุของยาที่ระบุไว้บนฉลากยา และถ้ายานั้นไม่มีวันบอกหมดอายุ อาจดูจากวันเดือนปีที่ผลิต ซึ่งโดยปกติ ถ้าเป็นยาน้ำจะเก็บไว้ได้ประมาณ 3 ปีนับจากวันผลิต และหากเป็นยาเม็ดจะเก็บไว้ได้ 5 ปี และถ้าเป็นยาหยอดตาหากเปิดใช้แล้วเก็บไว้ได้เพียงหนึ่งเดือน

ครั้งหน้าถ้าจะรับประทานยา อย่าลืมสังเกตดูวันหมดอายุก่อนรับประทานยากันด้วย

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

สุขภาพเส้นผมกับปัญหา ‘ผมร่วง’

แนะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยได้

“เส้นผม” เปรียบเสมือนแขนขาของผิวหนัง เส้นผมและขนในแต่ละส่วนของร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน คนเรามีขนหลายชนิด ภาษาไทยเรียกขนบนศีรษะว่า “ผม” แต่ขนที่บริเวณอื่น จะเรียกว่า “ขน” ขณะที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า “hair” ทั้งหมด โดยปกติหนังศีรษะของคนเรามีเลือดมาเลี้ยงมาก และทำหน้าที่ควบคุมการกระจายความร้อนของร่างกาย

บนหนังศีรษะมีเส้นผมรวมทั้งสิ้นประมาณ 120,000 เส้น ผมสีบลอนด์จะมีเส้นผมมากกว่าสีอื่น โดยมีประมาณ 140,000 เส้น ผมสีเข้มมีประมาณ 105,000 เส้น ในขณะที่ผมสีแดงจะมีประมาณ 90,000 เส้น นอกจากเส้นผมบนหลังศีรษะแล้ว ทั่วร่างกาย มีขนและผมรวมทั้งสิ้น 5 ล้านเส้น ในร่างกาย ของคนเรา ส่วนที่ไม่มีผมและขนเลย คือ ริมฝีปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ทั้งนี้พบว่าในแต่ละวัน เส้นผมหลุดร่วงจากหนังศีรษะไม่เกิน 100 เส้น

>> เหตุปัจจัยที่ทำให้ผมร่วง

- อายุ, พันธุกรรม และฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งพบว่าถ้าอายุมากขึ้น การเจริญเติบโตของเส้นผม จะโตช้าลง

- จากฮอร์โมนแอนโดรเจน ที่เป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศชายที่มีชื่อว่า “แอนโดรเจน” ซึ่งถ้าระดับของฮอร์โมนแอนโดรเจนในร่างกายมีสูงก็จะส่งผลทำให้ผมร่วง ดังนั้นทั้งเพศหญิงและเพศชายมีปัจจัยเสี่ยงจากฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ทั้งสองเพศ

- ภาวะตั้งครรภ์ ในเพศหญิง หรือผู้ที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดมาเป็นเวลานานอาจเกิดอาการผมร่วงได้ซึ่งจะหายเป็นปกติหลังเลิกกินยาเม็ดคุมกำเนิดหรือหลังคลอดบุตรประมาณ 4-6 เดือน

- จากยาเคมีบำบัดและโรคภัยไข้เจ็บ ผมร่วงที่เป็นผลจากการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัดเป็นสิ่งที่พบเห็นและทราบกันดี แม้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นกับยาเคมีบำบัดทุกชนิดแต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจะหลีกเลี่ยงได้ยาก นอกจากนี้ ยังมียาอื่นที่ทำให้ผมร่วงได้เหมือนกัน เช่น ยารักษาโรคเก๊าต์ ยาต้านอาการซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิต และยาโรคหัวใจบางชนิด การใช้วิตามินเอในขนาดสูงก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้มากและมักจะดีขึ้นเมื่อหยุดยาแล้ว รวมทั้งโรคภัยต่างๆ ที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติที่เป็นสาเหตุของอาการผมร่วง ได้แก่ โรคของต่อมไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรคติดเชื้อราที่หนังศีรษะ ภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งพบได้ในผู้หญิงที่เสียเลือดจากการมีประจำเดือนครั้งละมากๆ รวมทั้งโรคเรื้อรังทั้งหลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้

>> การป้องกันไม่ให้ผมร่วง

1. เลือกรับประทานอาหารและของที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม เช่น ธัญพืช, ข้าวกล้อง, งาดำ, เมล็ดทานตะวัน, ฟักทอง

2. ควรนวดหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพื่อบำรุงรากผมบ้าง

3. ควรทำความสะอาดผมอย่างสม่ำเสมอ

4. ควรใส่ครีมบำรุงผม ทุกครั้งที่สระผม

5. ควรรับประทานแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อรากผม เช่น Biotin ไบโอติน หรือ Vitamin H จัดเป็นวิตามินชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามิน บี จำเป็นสำหรับขบวนการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกาย ซึ่งช่วยบำรุงผิวหนัง ผม กล้ามเนื้อ และประสาท อาหารที่อุดมไปด้วยไบโอติน ได้แก่ ตับหมู ไตวัว เนื้อวัว ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี ไข่ นม เนย โยเกิร์ต ผักต่างๆ โดยเฉพาะดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี เห็ด และแครอท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน

>> การรักษา

1.การรักษาโดยคำนึงถึงสาเหตุหลักและปัญหาเป็นสำคัญ

2.การใช้ยาทา minoxidil เพื่อช่วยเพิ่มเลือดไหลเวียนไปที่บริเวณรากผมและโคนเส้นผม

3.การใช้ยาต้านฤทธิ์ฮอร์โมนแอน-โดรเจนชื่อ finasteride ซึ่งจากการศึกษาวิจัย พบว่าได้ผลในการรักษาพอสมควร แต่มีข้อควรระวังที่สุดคือยานี้ทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ ห้ามใช้ในผู้หญิงตั้งครรภ์อย่างเด็ดขาด แต่ในกรณีที่ผมร่วงเป็นหย่อมๆ แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่เพื่อรักษาอาการดังกล่าว หรือพิจารณาใช้ยาแอน ทราลินชนิดทา หรือทาร์ชนิดทา ช่วยในการรักษาเพิ่มเติม ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการผ่าตัดปลูกเส้นผมจริง เพื่อช่วยขจัดปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านได้

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

“ป๊อด โมเดิร์นด็อก” กับความลับแห่ง “โยคะ


เติมพลังชีวิต สร้างความสมดุลให้ร่างกาย


ชายหนุ่มร่างเล็กที่หลายๆ คนรู้จักกันในฐานะนักร้องนำวงดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟ ระดับแนวหน้าอย่าง “โมเดิร์นด็อก” ป๊อด – ธนชัย อุชชิน ที่เห็นกันอยู่หากเหยียบเวทีเมื่อไหร่จับไมค์เข้าแล้วล่ะก็ จำต้องสวมวิญญาณทั้งร้องเต็มเหนี่ยวเต้นเต็มแรง เรียกดีกรีความมันสุดเหวี่ยงจากคนดูได้ไม่น้อย แต่มีใครจะรู้บ้างไหมว่าเบื้องหลังชีวิตของนักร้องหนุ่มเลือดพุ่งแรงแต่กลับอ่อนโยนและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพด้วยการเล่นโยคะกับเขาด้วย

“สิ่งแรกที่ดลใจให้ผมฝึกโยคะนั้น เกิดจากนิสัยส่วนตัวซึ่งโดยปกติเป็นคนที่ชอบสนใจเรื่องจิตวิทยาและสนใจเรื่องจิตใจ ประกอบกับเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ อย่างหนังสือธรรมะ หนังสือเกี่ยวกับโยคี-โยคะของคนอินเดียซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวสมองผมอยู่แล้ว”ป๊อดเล่า

ดังนั้น จึงสามารถกล่าวได้ว่า ร้านหนังสือคือแหล่งฟูมฟักแรงจูงใจของป๊อดเกี่ยวกับโยคะ
จากนั้น หนังสือเล่มเล็กๆ ก็ทำให้เขาขยายพรมแดนความคิดไปสู่การปฏิบัติจริง เพราะแม้จะรู้เรื่องโยคะผ่านตัวอักษร ผ่านรูป ผ่านท่าทางการดัดแต่ละประเภท และเข้าใจในทฤษฎีเป็นอย่างดี แต่ความจริงที่ป๊อดไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือ เขาไม่สามารถปฏิบัติได้เองจากข้อมูลที่มีอยู่ในหนังสือ ซึ่งในที่สุดในความคิดที่อยากมีครูสอน เพื่อฝึกปรือวิชาอย่างจริงจังจึงเริ่มขึ้น

“เพื่อนแนะนำให้ไปเรียนโยคะเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อปี 1957 ซึ่งตอนนี้เรียนอยู่กับครูหนู หรือ ครูชมชื่น สิทธิเวช ผมเป็นคนมีวินัย ดีบ้างไม่ดีบ้างแต่เป็นคนที่ไม่เคยทิ้งการเรียน เพียงแต่ว่าจังหวะชีวิตบางช่วงหนักแน่นมาก จึงไม่ได้ไปเรียนอย่างต่อเนื่อง”

หนุ่มป๊อดยังบอกอีกว่า บางช่วงชีวิตนั้นตรงข้ามกับโยคะ จึงต้องใช้โยคะเข้ามาช่วยเพื่อให้ร่างกายเกิดความสมดุลเพราะเป็นคนที่ใช้อารมณ์มาก ความคิดว่องไว จึงต้องการพัก ท่าแรกจึงตกอยู่ที่ท่าสลบซึ่งเป็นท่าที่ทำให้รู้สึกว่าอยู่กับตัวเองมากที่สุด

“ถึงแม้จะมีสาวๆ ล้อมรอบ แต่ก็นิ่งนะ” ป๊อดเล่าแบบขำๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะ
เริ่มเล่นช่วงแรกๆ นั้น ครูหนูสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ได้แค่ไหนแค่นั้นเหมือนกับการจับปูใส่กระด้ง แต่ครูหนูยังชมนักเรียนป๊อดว่าอยู่ในขั้นพิเศษหากเป็นเพราะมีพื้นฐานสติที่ดี ทั้งนี้ เนื่องจากบางคนเล่นโยคะแล้วคิดถึงเรื่องอื่น สติก็จะหลุดไปทันทีจึงต้องดึงกลับมา ทั้งนี้การเล่นโยคะยังเป็นการฝึกการควบคุมสติไปในตัวด้วย

หากถามถึงท่าที่ชอบมากเป็นพิเศษนั้น นักร้องหนุ่มก็บอกทันทีเลยว่าเป็นท่า “Headstand” (ยืนด้วยหัว) เพราะเป็นท่าที่ช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิตซึ่งทำหน้าที่หล่อเลี้ยงไปยังสมอง แต่ท่านี้เป็นท่าที่ต้องใช้พลังและพละกำลังภายในพอสมควร เนื่องจากจะต้องนิ่งจึงสามารถควบคุมร่างกายให้ยืนอยู่ได้
สำหรับประโยชน์ของการเล่นโยคะนั้น ป๊อดบอกว่าได้ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ได้ความนิ่ง ได้การผลัก ซึ่งไม่เหมือนกับการออกกำลังกายแต่เป็นการผลักย้อนหลัง โดยโยคะเป็นการดึงกลับเพราะทุกการเคลื่อนไหวนั้นจะต้องดูจังหวะให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับลมหายใจเข้าออก

นอกจากนี้ โยคะยังทำให้ร่างกายได้ความสมดุลได้ทั้งความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดพลังเพราะแต่ละท่าจะมีการนวดอวัยวะภายในบางอย่าง ทั้งตับ ไต ไส้ พุงในท้องจึงได้ฝึกสติไปพร้อมกัน เมื่อเล่นเสร็จเหมือนได้เติมพลังให้กับชีวิตเพื่อนำไปใช้ต่อไป

ส่วนกรณีที่ในปัจจุบันกิจกรรมโยคะส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและเห็นกันน้อยมากที่ผู้ชายจะหันมาเล่นโยคะซึ่งส่วนใหญ่ผู้ชายจะหันไปเล่นกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังออกแรงกันพอสมควร คนส่วนมากมักจะมองและจับย้ายตะกร้ามาเป็นผู้ชายที่ไม่แมนนั้น
ป๊อดให้ความเห็นว่า....

“จริงๆ แล้วไม่ใช่...โยคะดำริมาจากโยคีซึ่งเป็นผู้ชายที่นั่งสมาธินานๆ หลายชั่วโมงในแต่ละวันและได้คิดทำโยคะให้สอดคล้องโดยเลียนแบบท่าทางต่างๆ ทั้งท่างู ท่าปลา ท่าตั๊กแตน ซึ่งเป็นกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรือวัยไหนก็สามารถเล่นได้ เพราะโยคะช่วยบำบัดร่างกาย สุขภาพ จิตใจของเรา นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องงานเรื่องชีวิตทำให้ผมเข้าใจตัวเองและเห็นตัวเองมากยิ่งขึ้น”

“อย่างคลาสแรกเข้าไปเจอผู้ชายคนเดียว พี่บางคนเขาแอบมองผมเป็นตัวอย่างเวลาทำท่าเพราะเห็นผมมีความต่อเนื่องมีความมุ่งมั่น ซึ่งผมทำท่า “Headstand” (ยืนด้วยหัว) สิบสองนาที หลังๆ นี้ทำได้สิบสามนาทีแล้ว ผมเป็นพวกที่ขึ้นบันไดแล้วไม่ลงบันได แต่ไม่เคยทิ้งโยคะนะเพราะมีประโยชน์”

“ป๊อด โมเดิร์นด็อก” ยังแอบบอกมาด้วยว่าหลังจากที่เริ่มเล่นโยคะมาเป็นเวลาหกเดือนแรกทำให้รู้สึกอยากบวชขึ้นมาทันที เพราะว่าเล่นแล้วเข้าถึงจุดหนึ่งที่เบาลง จิตใจสงบ เนื่องจากชีวิตประจำวันในทุกวันนี้ต้องพบเจอคนมากมายสัมผัสได้อยู่ตลอดเวลาทั้งสื่อที่อยู่รอบด้าน สมองคิดอารมณ์เกิดเพิ่มมากขึ้น
สำหรับประโยชน์ในเรื่องของงานเพลง ป๊อดบอกว่าโยคะมีส่วนช่วยในการทำงาน อย่างอัลบั้มพิเศษที่ทำร่วมกับ “บอย โกสิยพงษ์” ชื่อ Project อัลบั้ม Bittersweet หวานขม ก็ได้ประโยชน์จากโยคะมาก

“ถึงแม้ว่าทำงานไปด้วยและเล่นโยคะไปด้วย ถ้าช่วงไหนที่ไม่ได้ไปร้องเพลง ผมยังแบ่งเวลาเพื่อที่จะปลีกตัวไปเล่นโยคะในช่วงเช้าถึงเที่ยง แต่ถ้าไม่มีงานที่จำเป็นครึ่งวันเช้าก็จะเก็บเวลาไว้ให้กับตัวเอง ปกติผมตื่นเช้าและชอบเขียนเพลงตอนตื่นนอนเพราะเป็นช่วงเวลาที่ไว้ทำอะไรให้กันตัวเองเช่นกัน ปกติจะไปเล่นโยคะที่บ้านครูหนู ถ้าผมไม่เอาตัวไปบ้านครูผมก็จะเล่นไม่ได้ อย่าเอาเป็นตัวอย่างนะ” เพราะถ้าผมเล่นที่บ้านสายตาก็จะเริ่มมองตู้เย็นตลอด ผมเลยไปบ้านครู”

“เวลาที่ผมอยู่กับครูหนู ครูคอยสอนเรื่องสุขภาพตลอด ทั้งเรื่องการกินซึ่งผมจะแย่มากครูจะคอยบอกให้ดื่มน้ำอุ่นๆ เยอะๆ ถ้าสิ่งไหนไม่ดีแกก็จะห้ามอย่าทำนะ โดยผมเองก็จะมีแนวทางชีวิตที่ว่า ทางซ้ายก็ผิด ทางขวาก็เบื่อไม่รู้จะไปทางไหนดี เหมือนกับไขมันเมื่อกินก็อิ่มแต่ถ้าไม่กินก็จะเบื่อไป”

ส่วนคนที่รักสุขภาพแต่ยังลังเลที่จะเล่นโยคะหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นด้วยวิธีไหนดี “ป๊อด โมเดิร์นด็อก” ฝากคำแนะนำว่าควรเริ่มจากความสนใจว่าเราชอบอะไรก่อนไม่มีอะไรถูกอะไรผิด บางคนชอบแตะฟุตบอล ตีกอล์ฟ ว่ายน้ำ แต่ละอย่างมีประโยชน์ของตัวมันเองและเหมาะกับนิสัยของแต่ละคน ซึ่งโยคะก็สอดคล้องกับชีวิตประจำวันที่ต้องให้คิดเยอะ การหยุดพักและการสร้างลมหายใจจะสร้างความสมดุลให้กับตัวเอง ถ้าเราสนใจที่จะเล่นโยคะจริงๆ ก็ไม่ต้องลังเลอะไร บางคนกลัวร่างกายแข็งซึ่งถ้าเราไม่ลองก็ไม่รู้ ดังคำ “ถ้าเราไม่มีก้าวแรกจะมีก้าวต่อไปได้อย่างไร”

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

ฤดูฝนอันตราย !ดูแลผิวให้ดี

ด้วยสภาพอากาศที่ฝนตกชุกใน ช่วงนี้ ภาวะหนึ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อฝนตกคือมักเจอกับอากาศที่อับชื้น ทำให้บางครั้งอาจเกิดผื่นแปลกๆ ขึ้นบนผิวหนังได้ ปัญหาที่พบได้เสมอในช่วงหน้าฝนมักมีสาเหตุมาจากเชื้อรา เนื่องจากลักษณะเฉพาะของเชื้อโรคกลุ่มนี้ที่เจริญเติบโตได้ดีในภาวะที่ชื้น แฉะ ผื่นจากเชื้อรามีได้หลากหลายรูปแบบ เรามาดูผื่นที่พบได้บ่อยๆ กันดีกว่า

วงด่างๆ สีขาวหรือสีเนื้อ ในบางคนอาจขึ้นเป็นวงสีน้ำตาล ร่วมกับมีขุยสีขาวเล็กๆ มักเกิดขึ้นบนผิวหนังบริเวณหน้าอกและลำตัว อาจมีอาการคันร่วมด้วยได้ นอกจากดูไม่สวยงามแล้วยังทำให้เสียบุคลิก ผื่นชนิดนี้เป็นลักษณะของโรคเกลื้อน ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กและวัยรุ่นที่สุขอนามัยไม่ค่อยดี ไม่ชอบอาบน้ำ เชื้อเกลื้อนเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Malassezia furfur สามารถพบได้บนผิวหนังของคนทั่วไป แต่ปกติแล้วไม่ก่อโรค ยกเว้นในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น คนที่ออกกำลังกาย เหงื่อออก หรือตากฝน แล้วไม่ยอมอาบน้ำ ร่างกายชื้นแฉะอยู่เป็นเวลานาน ทำให้เชื้อเพิ่มจำนวนจนทำให้เกิดผื่นลักษณะดังกล่าวขึ้น

ในคนที่น้ำหนักมาก หรือภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เช่น ผู้ที่เป็นเบาหวาน อาจเกิดผื่นสีแดงขึ้นตามบริเวณข้อพับ เช่น รักแร้ ขาหนีบ หรือใต้ราวนม ร่วมกับมีอาการคันมาก สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อยีสต์ในกลุ่มแคนดิดา (Candida) สามารถรักษาให้หายได้โดยการทายาฆ่าเชื้อราทั่วไป แต่มักเป็นซ้ำได้บ่อย เพราะยีสต์ชนิดนี้พบได้ในร่างกายของคนเรา เช่น บริเวณช่องปาก ระบบทางเดินอาหาร และช่องคลอด

ช่วงที่ฝนตกมากๆ บางพื้นที่อาจมีน้ำท่วมขัง หรือเวลาฝนตกนานเป็นชั่วโมงๆ ทำให้ต้องเดินย่ำน้ำชื้นแฉะเป็นเวลานานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากยังไม่รีบทำความสะอาดเท้า ผ่านไปสักระยะหนึ่งอาจพบว่าผิวตามซอกนิ้วเท้าลอกเป็นขุยขาวๆ หรือเปียกยุ่ย หรืออาจถึงขั้นเป็นแผล มีน้ำเหลืองแฉะที่ผิว เรียกว่าโรคน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราที่เท้า เกิดจากเชื้อกลากซึ่งอยู่ตามสิ่งแวดล้อม เช่น หิน ดิน ทราย รวมทั้งในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว ผื่นที่เท้าอาจจะลามไปที่ลำตัวส่วนอื่นได้ ที่พบบ่อยคือทำให้เกิดผื่นบริเวณขาหนีบ เรียกว่า สังคัง

เวลาถอดรองเท้า บางคนอาจมีกลิ่นเหม็นโชยออกมา เมื่อก้มดูที่ฝ่าเท้าจะเห็นเป็นรูพรุนเล็กๆ หรือเป็นแอ่งเว้าแหว่งตื้นๆ เรียกว่า โรคเท้าเหม็น สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง มักพบในผู้ชายที่ใส่ถุงเท้าที่ทำจากใยสังเคราะห์หนาๆ ซึ่งมักจะแห้งยากในหน้าฝน

นอกจากนี้ ในน้ำที่ขังตามพื้นถนนอาจมีพยาธิบางชนิด เช่น พยาธิปากขอซึ่งสามารถชอนไชเข้าสู่ผิวหนังได้โดยตรง ทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ หรือ ถ้าโชคไม่ดี ได้รับเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนูเข้าไปตามรอยแผลเล็กๆ ที่เท้า อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

โดยสรุปแล้ว ถ้าสังเกตให้ดี จะเห็นว่าสาเหตุของโรคส่วนใหญ่มาจากการย่ำน้ำสกปรก หรือปล่อยให้ผิวหนังอับชื้นอยู่เป็นระยะเวลานาน ทำให้เชื้อซึ่งพบได้ตามสิ่งแวดล้อมทั่วไปเพิ่มจำนวนขึ้นจนก่อให้เกิดโรค ดังนั้นการป้องกันอันดับแรกคือหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำน้ำ หรือตากฝน ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อกลับถึงที่พัก ควรรีบถอดเสื้อผ้า แล้วอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย โดยใช้สบู่หรือสารทำความสะอาดทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดพิเศษแต่อย่างใดเพราะอาจแรงเกินไป เสร็จแล้วใช้ผ้าซับหรือใช้พัดลมเป่าให้แห้ง การโรยแป้งฝุ่นสามารถช่วยลดความชื้นและการเสียดสีได้ เสื้อผ้าและถุงเท้าที่ใช้ ควรทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายที่ไม่หนาจนเกินไปเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี หน้าฝนผ้ายีนส์จะแห้งยากทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่ายจึงควรระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้แล้วการใส่รองเท้าแตะบ้างก็ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อราที่เท้าได้ เช่นกัน

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้คงเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน และนำไปปรับใช้เพื่อรับมือกับอากาศในช่วงฤดูฝนนี้

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

ออกกำลังกายมีประโยชน์ อย่างไร??

ทราบหรือไม่ว่า การออกกำลังนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังให้ประโยชน์อะไรกับร่างกายอีก วันนี้ Tips สุขภาพ มีมาบอกกันคะ

ประการแรกผิวจะดูดีขึ้น เพราะการออกกำลังมีผลในแง่บวกหลายอย่างต่อผิว ทั้งช่วยเติมสีสันให้พวงแก้ม ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นจากการไหลเวียนของโลหิตที่ดีขึ้น และยังทำให้ผิวกระชับขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันความหย่อนยานหรือริ้วรอยได้ด้วย

ประการต่อมาจะทำให้ขนาดร่างกายจะสมส่วน ซึ่งถ้าการออกกำลังเป็นประจำจะช่วยให้เผาผลาญแคลอรีส่วนเกิน และลดน้ำหนักได้ จะค่อยๆ มีขนาดร่างกายที่เหมาะสมกับส่วนสูง และโครงสร้างร่างกาย จะทำให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น และก็จะดูดีขึ้นตามไปด้วย

ประการที่สามเส้นผมจะแข็งแรงกว่าเดิม เพราะอย่างการออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้มีการสูบฉีดโลหิตไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งหนังศีรษะด้วย รากผมจะได้รับอาหารจากเลือดที่เต็มไปด้วยออกซิเจน และช่วยกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำลายเส้นผม

ประการที่สี่ทำให้ดวงตาดูแจ่มใสขึ้น เป็นผลมาจากการไหลเวียนโลหิตที่ดี ดวงตามีความชุ่มชื้น และแจ่มใส นอกจากนี้การใช้สายตาจับจ้องไปข้างหน้าตลอดเวลาของการออกกำลัง ทำให้ได้มีการออกกำลังกล้ามเนื้อดวงตาที่ทำให้แข็งแรงขึ้น

ประการสุดท้ายกล้ามเนื้อจะดูดีขึ้น การออกกำลังแต่ละอย่างจะทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ทำให้ดูเพรียวขึ้น เสื้อผ้าจะเข้ากับรูปร่างได้อย่างสวยงาม และก็จะดูฟิตมากขึ้น

เมื่อรู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายกันแล้ว หันมาออกกำลังกายกันดีกว่าค่ะ